Kiss the Rain IV

Kiss the Rain 2

 

 

Title : Kiss the Rain IV

Type : Short Fic

Genre : Romantic Comedy

Rating : PG-15

Character : Wangjunkai x Wangyuan

Writer : Mint Chocolate Chip

 

 

 

นานทีเดียวที่ความเงียบเข้าครอบคลุมภายในห้องนั้นเพราะต่างฝ่ายต่างหาคำพูดมาเติมต่อไม่ถูก พ่อแม่ของหวังหยวนนั้นถึงกับอึ้งตะลึง ส่วนคนเป็นลูกก็แค่รอคอยว่าบุพการีจะว่าอย่างไร…ในที่สุดคนที่เอ่ยปากพูดก็คือมารดา เธอมือเย็นทีเดียวตอนที่จับแขนลูกชายเอาไว้แล้วถามเกือบคาดคั้นว่าคุณยายรู้เรื่องนี้ด้วยหรือไม่

 

 

“รู้ครับ คุณยายไม่ได้หวงห้าม พี่ไข่ก็กำลังรอ เค้าจะมาสู่ขอผมกับพ่อแม่” หวังหยวนตอบอย่างกล้าหาญ ไม่กลัวว่าผลลัพธ์มันจะออกมาเช่นไร เขาก็แค่พูดอย่างที่ใจอยากจะพูด มันพอแล้วสำหรับการทนเก็บเอาไว้ในอก เปิดเผยก็ไม่ได้เพราะยังไม่ถึงแก่เวลาอันสมควร

 

 

“อะไรนะ? หยวนหยวนว่าไงนะลูก?” คนเป็นแม่ทำท่าจะเป็นลม แล้วพ่อของหวังหยวนก็เข้าแตะประคองซ้อนหลัง

 

 

“ผมว่าผมพูดชัดเจนแล้วนะครับ ผมรักพี่ไข่ เรากำลังจะแต่งงานกัน” ยิ่งพูดยิ่งข้ามขั้นตอน ยิ่งพูดก็ยิ่งกลายเป็นโมเมเหมารวม…ก็ทำไมล่ะ ถ้าไม่ฉวยโอกาสตอนนี้ไว้แล้วเมื่อไหร่จะได้แต่ง เกิดมีคนงาบพี่ไข่ไปก่อน หวังหยวนมิกลายเป็นมารร้ายไปจิกหัวชะนีทุกนางหรือตบเก้งกวางทั้งหลายที่บังอาจแซ่บพี่ไข่ของเขาไปหรอกหรือ

 

 

“โอ๊ย…ตายแล้ว…คุณดูซิ ลูกเราเป็นไปได้ถึงเพียงนี้…” ผู้เป็นมารดากุมหน้าผากเหมือนไข้ขึ้นกะทันหัน “คนอื่นที่ดีๆ มีเป็นหมื่นเป็นแสน ทำไมมารักใคร่ชอบพอกับคนที่มีแต่ตัวแบบนั้น ฮึ…”

 

 

“ถึงเค้ามีแต่ตัว แต่ความดีของเค้าคือสิ่งที่ผมต้องการ…”

 

 

วาจาที่เปิดเผยออกมาจากใจ ทำให้ชายหนุ่มร่างสูงไม่อาจยืนนิ่งฟังอยู่เบื้องหน้าบานประตูได้ ถึงแม้จะเจ็บปวดอยู่บ้างที่ได้รู้ความจริงว่าที่ผ่านมามีเบื้องหลังอย่างไรและเขาถูกมองในแง่ไหน หากคำพูดที่เหมือนดั่งน้ำทิพย์ที่ชโลมเนื้อใจให้หายดีจากคนตัวเล็ก ทำให้ชายหนุ่มตัดสินใจ…เขาจะไม่รีรออีกแล้ว…

 

 

หวังจวิ้นข่ายเคาะประตูเพื่อขออนุญาตแล้วกวาดมองสบสายตาผู้แก่วัยกว่าทั้งคู่ก่อนจะมาหยุดลงที่ดวงตากลมโตที่ทั้งแฝงประกายตกใจ…หากแววหวานฉาบฉายในดวงตาราวกับจะบอกหวังหยวนว่าจากนี้ไปเป็นหน้าที่ของเขาเองที่จะจัดการเรื่องราวทั้งหมด จากนั้นชายหนุ่มก็โค้งศีรษะลงจนแทบจรดพื้น บอกทั้งที่ยังไม่ยอมเงยหน้า

 

 

“คุณลุงครับ คุณป้าครับ ผมรักน้องหยวน ขออนุญาตให้ผมได้แต่งงานกับน้องหยวนนะครับ”

 

 

เหมือนจะเกิดสุญญากาศซ้ำขึ้นอีกเป็นครั้งที่สองในห้องนั้น แต่คราวนี้มารดาของหวังหยวนถึงกับเป็นลมของแท้จนผู้เป็นสามีต้องโอบประคอง เขาเองก็นึกไม่ถึงว่าลูกชายของตัวเองกับหลานเลี้ยงของแม่ยายจะเกิดความรักใคร่ชอบพอกันจนถึงขั้นอยากแต่งงานเป็นเรื่องเป็นราว…ทว่า ในความคิดแวบหนึ่งของเขากลับคิดขึ้นมาว่า…ถ้าอย่างนั้นมันก็เหมือน ‘เรือล่มในหนองแล้วทองจะไปไหน’ น่ะสิ อีกอย่างจะได้ไม่ต้องยุ่งยากเรื่องแบ่งทรัพย์สมบัติด้วย แต่คงต้องดูท่าทีไปก่อน ขืนเขาบอกความคิดตัวเองออกไปไม่รู้ว่าคุณภรรยาจะว่ายังไงเหมือนกัน…

.

.

.

.

สายลมเย็นโบกโบยทำให้น้ำค้างที่อยู่บนยอดไม้ใบหญ้าหล่นร่วงลงมาเป็นละอองราวกับฝนตกลงมาอีกแล้วจากที่ตกปรอยมาทั้งคืน อาการของคุณแม่ไม่ได้ย่ำแย่เลวร้ายอะไร เพราะไม่มีโรคประจำตัว คงจะมีก็แต่อาการยอมรับไม่ค่อยจะได้ที่ลูกชายดื้อแพ่งแต่งงานกับบุคคลซึ่งไม่เคยอยู่ในสายตา อย่างเช่นหวังจวิ้นข่าย ส่วนคนเป็นพ่อก็ไม่ได้แสดงออกถึงความคิดขัดแย้งอะไรมีเพียงท่าทีนุ่มนวลสงบเหมือนกำลังมองสถานการณ์ ทางด้านคุณยายก็แค่หัวเราะหึๆ ราวกับจะรู้นิสัยลูกสาวดีอยู่แล้ว

 

 

อากาศยามย่ำรุ่งหนาวเย็นแต่ไม่ถึงกับหนาวเหน็บจนต้องหาผ้าห่มมาคลุมไหล่คลุมตัว กระนั้นยังก่อความสะท้านให้ผิวเนื้อจนต้องหาแหล่งอบอุ่นให้กับตัวเอง…ไม่ใช่สิ่งอื่นใดนั่นคืออ้อมกอดของชายหนุ่มผู้เป็นพี่และจะกลายเป็นสามีตามที่เด็กหนุ่มเรียกร้องอยากให้เป็น

 

 

“พี่ไข่คิดว่าเราจะได้แต่งงานกันไหม?” แก้มนิ่มอดไม่ได้ที่จะซุกไถลกับบ่าของชายหนุ่ม มันทั้งอบอุ่นและสบายจนหวังหยวนคิดว่ามันคงจะดีกว่านี้ หากจิตใจเขาจะไม่มัวหมกมุ่นกลัวว่าพ่อแม่จะกีดกัน

 

 

“พี่จะพยายามพูดกับพ่อแม่ของน้องหยวนให้เราได้แต่งงานกัน” ชายหนุ่มตอบรับหนักแน่น เขาหวังว่าความจริงใจของเขาจะสามารถเป็นข้อพิสูจน์ให้พวกท่านเห็น

 

 

“งั้นเอางี้ดีไหม?…” ปลายลิ้นแลบออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ยามเปิดปากบอกความคิดในใจ “เราหนีตามกันเหอะ พี่ไข่พาเค้าหนีนะ?”

 

 

หวังจวิ้นข่ายหัวเราะกับไอเดียสุดเฉียบนั้น เขาไม่เคยคิดจะทำแบบนั้นเลย นอกเหนือไปจากจะทำให้พ่อแม่ของน้องหยวนเสียใจแล้วมันยังสร้างรอยบาดหมางอย่างที่ไม่อาจหาสิ่งใดมาลบรอยนั้นได้ เขาไม่อยากให้น้องหยวนแตกหักกับครอบครัว ทั้งไม่อยากสร้างความผิดหวังให้กับคุณยายด้วย

 

 

“พี่ไข่ทำอย่างนั้นไม่ได้หรอกจ้ะ”

 

 

“พี่ไข่ไม่อยากแต่งงานกับเค้าเหรอ?” หวังหยวนส่งเสียงถามอย่างน้อยใจแล้วอ้อมกอดของอีกฝ่ายก็กระชับขึ้นราวกับไม่ยอมปล่อยให้ร่างเล็กได้ผละจากไปไหน

 

 

“ใครว่า…พี่ไข่รักน้องหยวน แต่พี่ไข่ก็อยากให้พ่อแม่ของน้องยอมรับพี่ด้วย”

 

 

“แล้วเมื่อไหร่จะได้แต่ง เดี๋ยวมีคนแย่งพี่ไข่ไปเค้าก็ชีช้ำกะหล่ำเน่าน่ะสิ” คนตัวเล็กส่งเสียงงึมงำมาอีก แล้วมีหรือที่ชายหนุ่มจะไม่ได้ยิน

 

 

“ไม่มีใครมาแย่งพี่ไข่ไปจากน้องหยวนหรอก อย่าห่วงเลย นอกเสียจากน้องหยวนจะไม่ต้องการพี่ไข่อีกต่อไปแล้ว”

 

 

โอ๊ย! พ่อคนแสนดี!…หวังหยวนอุทานเอะอะอยู่ในใจ…ก็เพราะว่าแสนดีอย่างนี้ไงถึงต้องระวัง ต้องรีบทำให้เป็นของเขาโดยไว ใครจะรู้ว่าชะนีสมัยนี้มันน่ากลัวแค่ไหน

 

 

อีกไม่นานรังสีจากพระอาทิตย์จะแรแสงอ่อนแล้วหมู่นกกาก็จะบินออกจากรังไปหากิน ถึงเวลาตระเตรียมหุงหาอาหารเพื่อนำไปไหว้พระใส่บาตรทั้งยังทำกินเป็นมื้อเช้าด้วย เด็กหนุ่มถือโอกาสนี้ช่วยพี่ไข่ทำกับข้าว แม้จะไม่ได้เรื่องสักอย่างเพราะไม่เคยเข้าครัวทำอะไรกินเอง หากแต่คนเป็นพี่ไม่ว่าอะไรสักคำ หลังจากนั้นทั้งที่ยังหุงหาอาหารกินกันยังไม่อิ่มหนำสำราญกันดี บิดาของหวังหยวนก็เป็นฝ่ายพูดขึ้นมาเรียบๆ ว่า

 

 

“วันนี้พ่อกับแม่จะแวะไปหาหลวงตาให้ช่วยหาฤกษ์หายามวันมงคลให้”

 

 

คนตัวเล็กรู้สึกเหมือนปลาที่พี่ไข่ทุบหัวเพื่อทำเป็นมื้อเช้ายังไงยังงั้นเลย ตากลมโตเบือนไปมองร่างสูงก็พบว่าฝ่ายนั้นก็ชะงักไปเหมือนกัน มือที่กำลังยกข้าวเหนียวจ้ำลาบปลาขึ้นกินค้างกลางอากาศอย่างไม่เชื่อหูสักเท่าใดนัก

 

 

“พ่อกับแม่อนุญาตให้ผมแต่งงานกับพี่ไข่จริงๆ หรือครับ?” แล้วหวังหยวนก็เป็นฝ่ายหลุดปากถามหลังจากที่อึ้งเป็นนาที คนเป็นแม่มองค้อนลูกชายคนสุดท้อง

 

 

“ก็ถ้าไม่อนุญาตเดี๋ยวแกก็พาเจ้าเสี่ยวไข่หนีตามกันให้ขายขี้หน้าชาวบ้านเขาสิ” พอโดนไปแบบนั้นแทนที่จะสลด ลูกชายตัวดีกับแลบลิ้นยิ้มทะเล้นยอมรับโดยดุษณี คนเป็นแม่ส่ายหัวแล้วหันไปหารือกับคุณยายและสามี ปล่อยให้เด็กๆ เก็บจานชามไปล้าง เมื่อคล้อยหลังผู้ใหญ่แล้วร่างเล็กกระโดดกอดคอคนเป็นพี่ ความดีใจที่แสดงมาทางสีหน้า แววตา และยิ้มบานเต็มสองแก้มเนียน

 

 

“พี่ไข่…พี่ไข่ได้ยินไหม? พ่อกับแม่อนุญาตแล้ว!”

 

 

“จ้ะ…จ้ะ พี่ไข่ได้ยินแล้ว” ได้ยินเต็มสองรูหู ทั้งยังคาดไม่ถึงด้วยว่าเรื่องราวจะพลิกผันง่ายดายถึงเพียงนี้ ราวกับว่ามีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรอีกที่เขาไม่รู้…แต่ก็ช่างเถอะ หวังจวิ้นข่ายไม่นึกเจ็บปวดผิดหวังอะไรแล้วเพราะเขาได้รับรู้ความจริงจากปากของหวังหยวนแล้วว่า

 

 

…ระหว่างสองเราคือความรัก และหวังหยวนต้องการเขาเพราะความดีและตัวตนที่แสดงออก ไม่ใช่ทรัพย์สมบัติหรือสิ่งมีค่าอะไรทั้งนั้น…น้องหยวนรักเขาก็เพราะคุณความดีที่เขามีต่างหาก หาใช่อะไรอื่น…

 

 

ฉะนั้นสิ่งเดียวที่หวังจวิ้นข่ายสามารถตอบแทนความรู้สึกของน้องหยวนได้ก็คือเขาจะรักและดูแลน้องหยวนตลอดไป เขาจะไม่มีวันมีคนอื่นอย่างเด็ดขาด ดวงตาคมพราวด้วยประกายหลั่งรินจ้องสบด้วยตากลมโตใสแจ๋วที่เจือรอยปลื้มปิติ…รู้สึกเหมือนเขาจะห้ามตัวเองไม่ได้เสียแล้วยามเมื่อจรดริมฝีปากแตะลงบนกลีบเนื้อสีระเรื่อตามธรรมชาติ อ้อมแขนรัดรอบเอวกระชับให้ร่างกายได้ขยับชิดเข้ามาอีกหน่อย น้องตัวเล็กส่งเสียงครึมคราง เปลือกตาหรี่พับจนเกือบปิดสนิทแต่ยังแก่นกล้าด้วยการสอดลิ้นเล็กเข้าหาปลายลิ้นร้อนของคนเป็นพี่…

 

 

ถึงคราวชายหนุ่มต้องครางด้วยความพอใจล้ำลึกบ้างแล้ว หวังหยวนยิ้มย่องในใจก่อนถอนกลีบปากของตัวเองออก เอียงใบหน้าจูบซับไปตามแนวคางให้ได้จั๊กกะจี้ ดวงตากลมโตแพราพราวไม่ต่างไปจากกลีบเนื้อก่ำสีขึ้นทันตาเห็นและดูเหมือนว่ามันเกลื่อนร่องรอยเจ้าเล่ห์อย่างไรชอบกล

 

 

“พอแค่นี้นะครับพี่ไข่ เดี๋ยวค่อยจัดชุดใหญ่หลังแต่งงาน” คนตัวเล็กหัวเราะคิก เดินแกมกระโดดไปจากที่ตรงนั้นปล่อยให้คนเป็นพี่มองตามอย่างเสียดายแกมกระฟัดกระเฟียดอยู่ในอก

 

 

รู้อย่างนี้ไม่น่าบอกให้รอหมดฝนแล้วจะไปสู่ขอเล้ย!

 

 

รู้งี้จับกินเสียตั้งแต่ค่ำคืนนั้นในเถียงนาน้อยซะ จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียดายอยู่แบบนี้…ไอ้ไข่เอ๋ย

.

.

.

.

วันนี้เป็นวันฤกษ์ดีตามที่หลวงตาท่านหาไว้ให้ งานแต่งงานระหว่างหลานรักและหลานเลี้ยงของคุณยายกลายเป็นงานที่ทุกคนในหมู่บ้านมาช่วยกันอย่างเอื้อเฟื้อและเต็มไปด้วยน้ำใจไมตรี หลังจากเสร็จสิ้นพิธีผู้ข้อไม้ข้อมือแล้ว คู่สมรสใหม่ก็ถูกนำไปนั่งที่วงล้อมดื่มกินกับเพื่อนฝูงและญาติสนิทมิตรสหายเป็นที่สนุกสนาน วันนี้หวังจวิ้นข่ายดื่มหนักยิ่งกว่าที่เคยดื่มรวมกันมาแล้วเสียอีกคงเป็นเพราะต้าลู่ เพื่อนรุ่นพี่สนิทของเขานี่แหละที่เจ้ากี้เจ้าการยกแก้วเหล้าป้อนให้ถึงปาก ท่ามกลางเสียงเชียร์ของเพื่อนฝูงจำนวนหนึ่งซึ่งนำโดยไอ้ศรีและไอ้หาง

 

 

จวบจนเมื่อเวลาเย็นย่ำค่ำมืด คนมาช่วยงานต่างกลับบ้านกันไปหมดแล้ว คงเหลือแค่ญาติและเพื่อนสนิทเท่านั้นที่อยู่ร่วมพิธีส่งตัวเข้าหอ หวังหยวนถูกพาตัวเข้าไปก่อนพร้อมคุณพ่อคุณแม่และคุณยาย สักพักเดียวหวังจวิ้นข่ายก็ถูกตามตัวเข้าไปในห้องหอ ศรีผู้เป็นเพื่อนสนิทอดไม่ได้เป่าปากแซวว่า

 

 

“เดินให้ตรงๆ ทางหน่อยไอ้ไข่ เดี๋ยวน้องหยวนเค้าเห็นแกเมาแล้วหมดอารมณ์ไม่อยากให้กิน” สิ้นประโยคนั้นเหล่าเพื่อนสนิทก็โห่ร้องล้อเลียนกันถ้วนหน้า ชายหนุ่มคันปากคันมืออยากเอาคืนบ้างแต่ก็ยอมยกให้เพราะวันนี้เป็นวันดีเป็นวันมงคลของเขากับน้องหยวน เพราะฉะนั้นสัตว์เลื้อยคลานทั้งหลายจึงไม่ควรหลุดพ้นจากปากเขามาประเคนให้พวกมันทั้งหลาย

 

 

เมื่อเข้าไปถึง สิ่งแรกที่สายตาคมหวานปราดมองเห็นก็คือร่างเล็กที่นั่งพับเพียบอยู่บนพื้นหน้าเตียงโดยมีคุณแม่กับคุณยายนั่งเคียงกันบนเตียง ร่างสูงทรุดตัวลงคลานเข่าเข้าไปนั่งเคียงข้างคนตัวเล็ก หลังจากนั้นจึงรับคำอวยพรจากพ่อแม่ญาติผู้ใหญ่…สุดท้ายคือคุณยายที่ลูบศีรษะหลานทั้งสองอย่างแสนรัก

 

 

“ยายดีใจที่เสี่ยวไข่กับหยวนหยวนเป็นฝั่งเป็นฝาเสียที จากนี้ไปเสี่ยวไข่ดูแลน้องหยวนด้วยนะลูกเอ้ย…หนักนิดเบาหน่อยก็ให้อภัยน้อง น้องยังเด็กนัก ยังวู่วามเอาแต่ใจบ้าง เจ้าก็อย่าลืมตักเตือนตามสมควร ส่วนหยวนหยวนก็เชื่อฟังพี่ไข่เขาบ้างเด้อ อย่าดื้อรั้นเอาแต่ใจตัว รักกันให้มั่นคงยืนนานนะลูกหล้า…”

 

 

หลังจากนั้นคุณยายก็ออกจากห้องหอไปโดยมีหวังจวิ้นข่ายและหวังหยวนเดินตามไปส่ง บานประตูถูกปิดด้วยฝีมือของคนที่อยู่ด้านนอก คนตัวเล็กแนบแก้มร้อนผ่านลงกับเนื้อไม้เย็นเฉียบ รู้สึกขัดเขินเกินกว่าจะหันไปเผชิญหน้ากับร่างสูงที่ยืนซ้อนหลังไม่ห่าง…

 

 

“ตามประเพณีเขาบอกว่าห้ามออกจากห้องหอ…” เสียงห้าวทุ้มกระซิบอยู่ใกล้ๆ เด็กหนุ่มอมยิ้ม ระงับจิตใจที่เต้นไม่เป็นส่ำให้สงบลงบ้าง ไม่งั้นเขาคงจะเขินจนหนีตัวไปซุกห่อในผ้านวมเป็นแน่

 

 

มือใหญ่อบอุ่นจับไหล่เพรียวแล้วพลิกให้หันมาเผชิญหน้ากัน สายตาคมแพรวพราวหวานหยดมองสบดวงตากลมโตเป็นประกายไปต่างไปจากแสงดาวเต้นระริก แล้วมองเลยไปถึงแก้มเนียนระบายสีชมพูจัด มาหยุดลงตรงกลีบปากฉ่ำชื้น แลดูสดนุ่มแม้เพียงแค่ตามองเห็น…

 

 

“พี่ไข่…” คนตัวเล็กขานเรียกเสียงสั่น เริ่มรู้สึกหวั่นๆ ในสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นและดำเนินไป ชายหนุ่มจุ๊ปากเบาๆ เกลี่ยข้อนิ้วกับแก้มนิ่มและร้อนจัด ทั้งยังมองด้วยสายตาที่แทบจะทำให้หวังหยวนอยากวิ่งออกไปหาคุณยายให้มาอยู่เป็นเพื่อน

 

 

…เพราะสายตาของพี่ไข่ตอนนี้มันหวาน…หวานเหมือนน้ำผึ้งที่หวังหยวนเคยได้ลองลิ้มชิมรสยังไงยังงั้นเลย

 

 

“พี่ไข่รักน้องหยวน…” คนตัวโตเอ่ยคำเหมือนที่เคยเอ่ยมาให้ได้ยินและแม้จะได้ยินอีกสักกี่ครั้งมันก็สร้างความกรุ่นหวานในหัวใจได้ทุกครั้งเช่นกัน

 

 

เหมือนเป็นภาพสโลว์โมชั่นเมื่อใบหน้าหล่อเหลานั้นขยับใกล้เข้ามาเปลือกตาจึงหรี่พับลงเพื่อใช้ประสาทสัมผัสส่วนอื่นซึมซับความอ่อนโยนอ่อนหวาน ริมฝีปากรุมร้อนนั้นแนบจูบไปทั่วทั้งใบหน้าของคนตัวเล็กทั้งแก้ม คิ้ว คาง…ก่อนจะหอบร่างเล็กไปนอนทอดร่างเหยียดยาวบนเตียงหอมกรุ่นด้วยกลีบดอกไม้สด

 

 

“…อาบน้ำก่อนดีไหม?” เด็กถามด้วยสีหน้าเขินจัดขณะที่คนตัวโตกว่าทอดกายโน้มคร่อมเกือบทั้งตัวแล้ว

 

 

“น้องหยวนอยากอาบก่อนหรือ?” ชายหนุ่มถามด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ ขณะใช้ฝ่ามือคืบคลานเข้าไปใต้ร่มผ้า ผ่านสีข้างขึ้นไปยังแผ่นอกบาง สะกิดนิดเดียวร่างเล็กก็สะดุ้งไหว

 

 

“…ก็ถามดูเผื่ออยากกอดตัวหอมๆ” แม้จะเขินอายหากคนตัวเล็กก็ยังเซี้ยวซ่าสมกับที่คุณป้า เอ้ย คุณแม่เตือนให้เขารู้จักปรามหยวนหยวนบ้าง

 

 

“เอาไว้จัดชุดใหญ่ให้เสร็จก่อนแล้วค่อยอาบก็ยังไม่สาย”

 

 

โอ๊ย! พูดอย่างนี้มาฆ่ากันเลยดีกว่า! หวังหยวนทุบไหล่คนเป็นพี่ไปหนึ่งทีก่อนจะหยัดร่างขึ้นจูบริมฝีปาก งับเอาเนื้อนุ่มนั้นแล้วสอดปลายลิ้นเล็กเข้าหา ลิ้มรสขื่นปนหวานจากเหล้าพื้นเมืองดีกรีแรงที่คล้ายจะพาให้หลงมึนเมาได้ง่าย และชายหนุ่มก็ตอบสนองไปในทางเดียวกันเมื่อปลายลิ้นชื้นของเด็กหนุ่มหดกลับไปเขาก็รุกไล่ตาม ควานหาความนุ่มความหวานจากโพรงปากอุ่นนั้นทันที

 

 

ร่างเล็กกระสับกระส่ายด้วยความรุมร้อนจากแรงอารมณ์ที่เริ่มปะทุ ขยับกายเสียดสีกับแผ่นอกของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีที่ถูกต้องตามครรลองของสังคม จูบเรียกร้องต้องการนั้นผละจากกลีบเนื้อฉ่ำคาดว่ามันคงจะแดงเห่อไม่มากก็น้อยมาจูบซับที่ซอกคอหวามไหว จากนั้นสาบเสื้อก็แยกออกเปิดเผยผิวเนื้อละมุนกระจ่างสายตาท่ามกลางแสงไฟจากโคมดวงน้อยข้างหัวเตียง

 

 

“ให้พี่ปิดไฟไหม?” เสียงห้าวทุ้มงึมงำอยู่ตรงแผ่นอกบาง คนตัวเล็กก็ขยับบิดกายเร้ารัญจวน

 

 

“…อะ….ปิดสิ หยวนอาย…”

 

 

“งั้น…” หวังจวิ้นข่ายเอื้อมมือไปปิดสวิตซ์ไฟจนห้องทั้งห้องมืดสลัว แล้วหยุดคำพูดตัวเองไว้แค่นั้นแล้วใช้ภาษากายบ่งบอกแทนคำรักทั้งหลายทั้งปวง

 

 

 

END of Story.

 

Advertisements

One thought on “Kiss the Rain IV

  1. หยวนๆ หนูนี่ร้ายกาจจริงๆ อยากได้เค้าแล้วก็ได้จริงๆ 😳 ชอบ ชอบมากๆ ค่ะ ขอบคุณนะคะที่แต่งให้อ่าน แต่งอีกนะคะ 😊✌✌👍

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s