Stand by you

Stand by you

 

 

Fiction

Title : Stand by you

Type : Short Fic

Genre : Romance

Rating : PG

Character : Yiyangqianxi x Liuzhihong

Writer : Mint Chocolate Chip

Warning : จักรวาลที่ขยายมาจากเรื่อง Santa Claus is coming to town , Love Delivery

 

 

 

สวัสดีครับ ผมคือแจ็คสัน

 

 

ผมคือโทรศัพท์มือถือที่ผสานเข้ากับเทคโนโลยีสมองกลปัญญาประดิษฐ์ชั้นสูง ในวงการเรียกพวกผมว่า ‘มนุษย์มือถือ’ พวกผมมีฟังก์ชั่นการทำงานที่แตกต่างกันไปในแต่ละรุ่นเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของมนุษย์แท้ผู้เป็นเจ้านายของเรา พวกผมมีพัฒนาการ มีความรู้สึกนึกคิด เราสร้างสรรค์เป็น แม้มันจะถูกเรียกว่าอัลกอริธึมก็ตาม แถมพร้อมด้วยแอปพลิเคชั่นมากมายที่คอยช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เป็นเจ้าของ ความสามารถของพวกผมเกือบๆ จะไร้ขีดจำกัด แต่มันก็อยู่ภายใต้กฎพื้นฐานสามข้อ เราไม่มีวันทำร้ายมนุษย์ เราซื่อสัตย์และจงรักภักดี

 

 

แต่บางครั้งผมความสามารถของผมดูเหมือนจะไร้ความหมายเมื่อผมต้องอยู่ร่วมกับมนุษย์แท้บางประเภทที่ดื้อรั้นและออกจะรับมือยาก…อย่างคุณหลิวจื้อหง

 

 

คุณหลิวจื้อหงเป็นเจ้านายของผม เราเจอกันครั้งแรกเมื่อวันเกิดของเขา และนับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาผมมีแต่เขาเท่านั้น ถึงแม้ว่าคุณหลิวจื้อหงจะเผลอหลุดปากพูดว่าที่ซื้อมนุษย์มือถือรุ่นผมมาเพราะคิดว่าผมเป็นผู้หญิง ตอนผมได้ยินครั้งแรก ผมเซ็งไปเลยครับ ผมยังเคยบอกเขาไปว่างั้นลองให้ผมแต่งหญิงดูไหมเล่า เขาจะได้สมใจอยาก และแทนที่เจ้านายของผมจะยินดีปรีดากับข้อเสนอของผม คุณหลิวจื้อหงกับส่ายหน้าดิก พร้อมกับทำท่าทางสยองขวัญ

 

 

ฮึ! คิดว่าผมแต่งหญิงแล้วจะสวยไม่ขึ้นงั้นเหรอ?

 

 

แต่ผมก็ให้อภัยได้เพราะเขาเป็นเจ้านายของผมและยังน่ารัก ไม่ต้องสงสัยหรอกนะครับว่าทำไมมนุษย์มือถืออย่างผมมีอารมณ์แบบนี้ด้วย เพราะนอกจากคำสั่งที่โปรแกรมเมอร์เขียนขึ้นมาแล้ว เรามีพัฒนาการครับ แต่กฎพื้นฐานสามข้อของไอแซค อาซิมอฟเราละเมิดไม่ได้โดยเด็ดขาด เพราะฉะนั้น เวลาที่คุณหลิวจื้อหงโมโหใส่ผม ผมจะทำอะไรได้นอกจากตอบโต้วาจาไปก็เท่านั้น

 

 

ปัญญาประดิษฐ์อย่างพวกเราไม่มีทางทำร้ายมนุษย์ แต่กลับกัน เราก็รักมนุษย์ได้ไม่ใช่หรือครับ?

 

 

“คุณหลิวจื้อหง ใครใช้ใครเขี่ยพริกหยวกทิ้ง นั่นอาหารที่ผมทำให้คุณเป็นพิเศษเลยนะ” ถึงผมจะมีกฎสามข้อฝังอยู่ในไมโครชิป แต่ไอ้อาการหมั่นเขี้ยวอยากจับเขามาเขย่าแล้วก็กอดให้เต็มวงแขนก็เริ่มๆ จะมีมาเรื่อยๆ ในระยะหลัง…คงหลังจากที่ผมรู้ว่าหัวใจเทียมๆ ของผมมีใครบรรจุไว้เต็มเปี่ยม

 

 

“ใครใช้ให้นายทำผัดผักมา ฉันบอกแล้วว่าจะกินเนื้อย่าง!” แน่นอนครับว่าความเอาแต่ใจของเขาเป็นสิ่งที่เคยทำให้ผมปวดหัว(หมายถึงระบบอาจจะทำงานเพี้ยน) แต่ในตอนนี้ความดื้อรั้นของเขากลับกลายเป็นความสนุกสนานในใจของอย่างหนึ่งในการที่ผมจะรับมือเขายังไง

 

 

“ดวงตาและเซนเซอร์ของผมตรวจสอบร่างกายคุณและวัดผลออกมาเรียบร้อยแล้วว่าคุณผอมมากเกิน กำลังขาดวิตามินและแร่ธาตุ ฉะนั้นการที่ผมทำอาหารเมนูผักมาให้คุณเป็นสิ่งที่สมควรและถูกต้องแล้ว”

 

 

“นายไม่ต้องพูดมากเลย นายจงใจจะกลั่นแกล้งฉันตั้งแต่แรกก็บอกมา” เขาตบโต๊ะปังแล้วลุกขึ้นชี้หน้าผมอย่างเอาเรื่อง อันที่จริงสีหน้าคุณหลิวจื้อหงตอนที่กำลังโมโหและจ้องหาเรื่องมันก็แอบมีมุมที่น่ารักเหมือนกันนะครับ

 

 

“ประทานโทษนะครับ ผมเป็นโทรศัพท์และโทรศัพท์อย่างผมไม่มีระบบกลั่นแกล้งเจ้านายตัวเองอย่างนั้น” ผมชี้แจงด้วยใบหน้าเรียบเฉย อันที่จริงมนุษย์มือถืออย่างเราๆ นั้นไม่มีการแสดงออกทางสีหน้าแบบที่มนุษย์แท้ๆ มี แต่เราก็ยิ้มและหัวเราะเป็น ถึงมันจะเป็นอัลกอริธึมก็เถอะ

 

 

“นายจงใจ” คุณหลิวจื้อหงยังไม่เลิกใส่ความผม ทั้งยังเดินมายืนค้ำหัวอีก เขาเป็นเด็กผู้ชายที่น่าตีและน่ารักในเวลาเดียวกันได้ยังไงนะ?

 

 

“ประทานโทษนะครับ ตรงไหนที่บอกว่าผมจงใจ กรุณาอธิบายครับ”

 

 

“สามวัน…สามวันมาแล้วที่นายทำกับข้าวที่มีแต่ผักเยอะๆ ทั้งที่ฉันบอกแล้วว่าฉันอยากกินเนื้อ จะเนื้อไก่ เนื้อหมู หรือเนื้ออะไรก็ได้โดยไม่มีผัก แต่นายไม่ทำ”

 

 

“ประทานโทษนะครับ นั่นเพราะผมคำนึงถึงความปลอดภัยและสุขภาพของคุณหลิวจื้อหงต่างหาก” บางครั้งนะครับ ผมขอย้ำว่าบางครั้ง ระบบการทำงานของผมออกจะรวนนิดนึง ผมเคยให้เจ้านายผมช่วยอีเมล์ไปถามกับทางบริษัทซอฟท์แวร์ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับผม ในบางพัฒนาการผมทำความเข้าใจกับมันได้ แต่ว่าในบางพัฒนาการที่เกิดขึ้น ผมไม่เข้าใจเลย แล้วเจ้านายผมทำยังไงรู้ไหมครับ เขาจับแก้มผมพร้อมกับพูดว่า…เป่าเป้ย

 

 

คำว่าเป่าเป้ยคือเด็กน้อย…ผมน่ะหรือเด็กน้อย ใครกันแน่ที่เด็ก มาโวยวายกับแค่เรื่องไม่เป็นเรื่องอย่างอาหารในแต่ละวัน

 

 

“นายอย่ามาแกล้งนะ” คุณหลิวจื้อหงคงเดือดดาลได้ที่ เขาฟาดไหล่ของผมไปทีหนึ่ง ผมรู้สึกได้ถึงความกระทบกระเทือนอย่างบอกไม่ถูก จริงๆ แล้วมนุษย์มือถืออย่างเราๆ ถูกออกแบบมาด้วยวัสดุที่ค่อนข้างทนทานในระดับหนึ่ง แต่ทุกๆ สามถึงห้าปีย่อมหนีไม่พ้นการซ่อมบำรุง เพื่อเปลี่ยนอะไหล่ หรืออัพเกรดซอฟท์แวร์ แต่นี่…ความกระทบกระเทือนในแบบที่ผมไม่เข้าใจมันออกจะทำให้สมองกลของผมรวนไปอย่างเห็นได้ชัด

 

 

“คุณหลิวจื้อหงทำร้ายผมทำไม?”

 

 

“ก็นายมันน่าตี”

 

 

“ประทานโทษนะครับ คุณหลิวจื้อหง ถ้าคุณเงื้อมือจะตีผมอีกที ผมจะโกรธคุณจริงๆ ด้วย” ผมรู้สึกถึงอารมณ์โกรธ แต่เป็นอารมณ์โกรธในแบบที่ผมยังไม่สามารถทำความเข้าใจได้ ผมพยายามค้นหาคำตอบทั้งจากคลังความรู้ในสมองกลปัญญาประดิษฐ์ รวมไปถึงเสิร์ชในเว็บเสิร์ชเอนจิ้น แต่ผมก็ยังไม่เข้าใจดีนัก

 

 

มนุษย์แท้ๆ อาจจะเรียกมันว่า…น้อยใจ

 

 

ผมยังจำวันสำคัญที่สุดสำหรับผมได้…วันแรกที่ระบบทั้งหมดของผมเริ่มการทำงาน ภาพแรกที่ผมเห็นคือดวงตาสีดำสนิทใสแจ๋วที่มองเข้ามาในเลนส์ตาของผมอย่างทึ่งจัด…เขาตัวผอมมาแต่ไหนแต่ไร และช่างเลือกกิน เพราะฉะนั้นวันนี้ผมเลยอยากให้เขาได้กินอะไรที่ดีต่อสุขภาพ แต่เขากลับพาลใส่ผมไม่ยั้ง

 

 

“โกรธก็โกรธไปสิ นายยังเคยทำฉันโกรธตั้งหลายครั้ง” แล้วเขาก็เดินไปทิ้งตัวลงนั่งที่เตียง เมินหน้าไปทางอื่น ในเวลานี้ ถึงไม่มีคลาสเรียนแล้ว แต่นักเรียนในหอพักก็ต้องทบทวนการเรียนด้วยตนเอง คุณหลิวจื้อหงเองก็เริ่มปรับตัวเข้ากับการใช้ชีวิตในหอพักมากขึ้นโดยมีผมมาอยู่เป็นเพื่อน…ผมอยู่เป็นเพื่อนเขามาโดยตลอดนับตั้งแต่วันแรกที่ผมถูกเปิดสวิตซ์ใช้งานจนมาถึงวันนี้

 

 

ในฐานะมนุษย์มือถือ เรามีความตรงไปตรงมาสูง เพราะเทคโนโลยีที่สร้างเรามามีความซับซ้อนมากพอแล้ว ผมลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินไปนั่งซ้อนหลังเจ้านายของผมแล้ววางคางบนไหล่บางนั้นด้วยท่าทางที่ผมเลียนแบบมาจากทีวีซีรีส์เรื่องหนึ่งเวลาพระเอกจะง้อนางเอกของเขา ผมคิดว่าถ้าผมทำมันก็น่าจะได้ผล

 

 

“คุณหลิวจื้อหงจะโกรธผมด้วยเรื่องอะไรก็ได้ ผมไม่ถือสา”

 

 

“นี่นาย!”

 

 

“กรุณาฟังผมพูดให้จบก่อนสิครับ” ผมโอบแขนไปรัดรอบร่างเขาเพื่อไม่ให้เขาหันมา ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ค่อนข้างจะขัดกับความเป็นโทรศัพท์อย่างเรา และผมก็ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน แต่ผมคิดว่า มันคงสร้างความสบายใจให้คุณหลิวจื้อหงมากกว่า

 

 

“ผมอยู่กับคุณมาตั้งแต่วันแรกที่ผมเจอคุณ จนกระทั่งวันนี้…ผมเห็นคุณเติบโต เห็นคุณยิ้ม เห็นคุณหัวเราะ เห็นคุณโกรธ หรือหลายๆ อารมณ์ที่ผมยังไม่รู้จักทำความเข้าใจดีนัก ขอประทานโทษถ้าผมเป็นโทรศัพท์ที่ไม่ดีพอ แต่อย่างน้อยที่สุด…ผมจะอยู่เคียงข้างคุณหลิวจื้อหงตลอดไป”

 

 

ผมออกจะมั่นใจว่าผมพูดออกไปตรงความต้องการของตัวเองที่สุดแล้ว แน่นอนว่าโทรศัพท์มือถืออย่างผมไม่สามารถโกหกตัวเองได้ เราไม่อาจบิดพลิ้วคำพูดตนเองได้ ฉะนั้น ทุกคำที่เอ่ยมาผ่านการคัดกรองมาแล้ว ทว่า ปฏิกิริยานิ่งสงบต่างไปจากกิริยาอาการกระฟัดกระเฟียดเมื่อห้านาทีก่อนนั้น มันทำให้ผมไม่เข้าใจนัก เพราะอารมณ์มนุษย์แท้ๆ ช่างหลากหลายและลึกซึ้ง เป็นสิ่งที่ผมต้องเรียนรู้และเข้าใจไปพร้อมกับพัฒนาการของตนเอง

 

 

“คุณหลิวจื้อหง คุณเป็นมนุษย์แท้ที่ไม่มีอะไหล่เปลี่ยนหรือซ่อมได้อย่างผม คุณไม่มีการอัพเกรด แต่คุณสามารถเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างได้ตามสติปัญญาของคุณ คุณอ่อนแอกับแค่เชื้อโรคที่มองไม่เห็น เพราะฉะนั้น มันไม่ดีหรือครับที่ผมจะทำทุกอย่างเพื่อให้คุณหลิวจื้อหงมีสุขภาพแข็งแรงที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้ ผมไม่ได้อยากเป็นแค่มนุษย์มือถือที่มีคุณเป็นเจ้านาย…ถึงผมจะยังไม่เข้าใจนัก แต่ผมคิดว่าผมอยากเป็นที่รักของคุณ”

 

 

ผมได้พูดในสิ่งที่ผมคิดอย่างตรงไปตรงมา ไม่ได้กวนประสาทอย่างที่เขาเคยว่าผมบ่อยครั้ง อาการนิ่งเงียบของเขาออกจะทำให้ผมแปลกใจ

 

 

“แจ็คสัน…”

 

 

“ครับผม”

 

 

“นายไปแอบโหลดหนังเถื่อนแล้วโดนไวรัสเข้าใช่ไหม ทำไมพูดอะไรเพ้อเจ้อแบบนี้ออกมา” คราวนี้เจ้านายผมเป็นฝ่ายพลิกตัวหันกลับมาเผชิญหน้ากับผมด้วยตัวเอง แววตากรุ่นโกรธเมื่อครู่คลายลงไปมากแล้ว ที่เหลืออยู่คือแววกึ่งขบขันกึ่งแปลกใจ

 

 

“ประทานโทษนะครับ มนุษย์มือถือที่มีระบบแอนตี้ไวรัสระดับสูงอย่างผม จะโดนไวรัสได้ไง ผมไม่ใช่คุณนี่แค่โดนฝนนิดหน่อยก็จามแล้ว?” คุณหลิวจื้อหงทำหน้าครึ่งยิ้มครึ่งบึ้ง แถมยังเอานิ้วมาจิ้มอกผมอีก

 

 

“ถามจริง นายแอบไปก็อปคำพูดใครเขา ฉันจำได้ว่าล่าสุดเราดูหนังเรื่องเกม ออฟ โธรนกัน มันไม่มีบทพูดอะไรอย่างนี้นี่”

 

 

“ประทานโทษเถอะครับ นี่ผมพูดออกมาจากน้ำใสใจจริงขนาดนี้ คุณหลิวจื้อหงยังใส่ความผมว่าไปก็อปคำพูดคนอื่นมา” ผมพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น เพื่อให้เขารับรู้ว่าทั้งหมดทั้งมวลที่ผมพูดออกมาก็เพราะเป็นห่วงเขา และรักเขาเกินกว่าจะปล่อยปละละเลยได้

 

 

“แน่ๆ นายโดนไวรัสแน่ๆ…ปกตินายไม่…”

 

 

คุณรู้ไหมครับ มนุษย์มือถืออย่างพวกผมมีความอดทนสูง พวกผมเคยถูกใช้งานจนกระทั่งแบตเตอรี่หมด ถูกใช้งานโดยไม่เคยถูกปิดเครื่องแม้แต่วันเดียว พวกผมถูกออกแบบมาเพื่อรับใช้เจ้านายของเรา แต่ว่าพัฒนาการทางด้านความคิดและอารมณ์ยังต้องมีเรียนรู้เพิ่มเติม เราอาจจะ ‘รัก’ เจ้านายของเรา แต่เราไม่อาจจะ ‘รัก’ ใครก็ได้

 

 

คุณหลิวจื้อหงเคยพูดว่าผมกวนตีน และเป็นมนุษย์มือถือที่ปากจัด คงเป็นโทรศัพท์รุ่นที่หลุดคิวซีถึงได้ไม่เหมือนใคร

 

 

ใช่ ผมไม่เหมือนใครเพราะผมมีคุณหลิวจื้อหง

 

 

“…ทีนี้คุณหลิวจื้อหงยังกล้าพูดอีกไหมว่าผมโดนไวรัสกิน?” ผมเพิ่งผละจากริมฝีปากนุ่มๆ นั้น…ใช่ครับ ผมคือแจ็คสัน มนุษย์มือถือที่กล้าอาจหาญ ‘จูบ’ ปิดปากเจ้านายตัวเอง เพราะเกิดความอดรนทนไม่ได้ซึ่งถ้าพวกนักวิจัยพัฒนารับรู้ข้อบกพร่องตรงนี้ของผม ผมคงถูกส่งไปอัพเกรดเวอร์ชั่นใหม่ที่มีความเสถียรกว่านี้ หรืออย่างเลวร้ายที่สุดก็คือผมถูกทำลายทิ้งในฐานะโทรศัพท์ที่หลุดมาตรฐาน

 

 

“แจ็คสัน!” ใบหน้าของคุณหลิวจื้อหงแดงก่ำ แดงกว่าครั้งแรกที่ผมจูบเขาเสียอีก

 

 

“อ๊ะ…อ๊ะ…ประทานโทษนะครับ ถ้าคุณตีผม ผมจะไม่หยุดแค่จูบแล้วนะ”

 

 

“แจ็คสัน! นายมันเป็นโทรศัพท์แบบไหนถึงได้กล้าจูบฉัน ใครอนุญาต?” เจ้านายผมเงื้อมือขึ้น แต่ไม่กล้าลงมือทำจริงๆ เขาคงกลัวผมจับจูบอีกมั้ง แต่เท่าที่ผมเห็นในซีรีส์หนังรักอะไรแนวๆ เทือกนั้น ก็เห็นเขาชอบจูบกันนะครับ เรตติ้งคนดูสูงทะลุเพดาน ฉะนั้น ผมขออนุมานว่าการจูบเป็นเรื่องที่ดีและควรทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่เราเกิดอาการรักใครสักคน

 

 

“ประทานโทษนะครับ คุณหลิวจื้อหง ผมคิดอยากจะจูบคุณผมก็ทำเลย ผมมีความจำเป็นต้องขออนุญาตใครด้วยงั้นหรือ…เอ๊ะ หรือคุณสะดวกใจให้ผมขอคุณก่อนแล้วค่อยจูบ?”

 

 

ผมรู้ตัวว่าผมคงเป็นมนุษย์มือถือที่ไม่ได้ดีที่สุด แต่อย่างน้อยในวันที่ผมเปิดสวิตซ์การทำงานผมก็รู้แล้วว่าคนที่ผมอยู่เคียงข้างด้วยนั้น…คือใคร

 

 

“แจ็คสัน! กลับมานี่เดี๋ยวนี้นะ มาให้ฉันตีนายเดี๋ยวนี้ ไอ้โทรศัพท์บ้า!”

 

 

ถึงผมจะเป็นโทรศัพท์บ้าๆ แต่อย่างน้อยที่สุด ผมก็รู้ว่า…ริมฝีปากของมนุษย์แท้อย่างคุณหลิวจื้อหงนั้นโคตรนุ่มชิบหายเลยครับ

 

 

 

^^

 

 

END

 

 

Advertisements

4 thoughts on “Stand by you

  1. งื้อ น่ารักมากค่ะ 😭❤️ เริ่มเรื่องกวนๆตามสไตล์แจ็คสันโฟน แต่ตอนจบซึ้งนะคะ “อย่างน้อยในวันที่ผมเปิดสวิตซ์ทำงาน ผมก็รู้แล้วว่าคนที่อยู่เคียงข้างคือใคร”

    (จื่อหงยอมๆกินผักไปเหอะลูก ไม่งั้นอาจเสียมากกว่าจูบ 😂)

    ขอบคุณสำหรับฟิคค่ะ 🙏☺️

    Like

  2. ยิ่งได้อ่านพาร์ทของแจ๊คสันยิ่งดีต่อใจ งื้อออออ
    ชอบแหย่เจ้าของ แต่ก็รักเค้ามากใช่มั้ยละ อิอิ
    ชอบเวลาง้อหงหง ปากหงหงนุ่มมากมั้ยคะ
    อยู่ดูแลกัน เคียงข้างกันอย่างนี้ตลอดไปนะคะ

    Like

  3. อาาาาา ครั้งนี้เป็นมุมมองของทางเจ้ามือถือจอมเหิมเกริม…. ต้องจับส่งสถาบันแล้วแหละ นายอนุมานเอาเองแบบนี้ก็ได้เรอะ (ก็ได้แหละ อิอิ) 😂

    ชอบบบบ มากกก เลยยยย

    พอมาลองอ่านในมุมของเจ้ามือถือแล้วรู้สึกถึงความรักมากมายที่มีให้กับเจ้านายเลย ความรักที่เกิดขึ้นเพื่อคนคนเดียว
    ชอบตรงมือถือน้อยใจ โอยยยย น่ารัก แต่หลิวจื้อหงก็น่ารักมากๆแหละใช่ไหมล่ะ😁 น่าปวดหัวไปหน่อย แต่น่ากอดน่าฟัดมากกว่า ระบบจะรวนไปมากกว่านี้ก็ไม่แปลก

    คอยอยู่เคียงกันตลอดไปะ

    จื้อหงกินผักเถอะลูก เดี๋ยวพี่เขาจะน้อยใจ และอาจไม่ได้จบแค่จูบ 555555 😂

    ปากนิ่มโคตร ประโยคน่าจับมือถือมาฟาดๆๆๆ (เพราะฟินจัด)😍😍😍

    ขอบคุณสำหรับฟิคค่ะ

    Like

  4. โอ้ยย แจ็คสันโฟนนนนนนนน!! เม้นต์ไม่ถูกเลยทีเดียว บอกได้ว่าเป็นมนุษย์มือถือที่ร้ายกาจมาก!! แต่มีเจ้านายแสนดื้อแสนน่ารักน่าฟัดและน่าหยิกน่าหยอกแบบหลิวจื้อหง แจ็คสันโฟนเลยต้องพัฒนาสกิลด้านนี้มากขึ้นด้วยสินะ ถึงจะเป็นปัญาประดิษฐ์ที่ยังต้องเรียนรู้และพัฒนา
    แต่หลิวจื้อหงก็ยังเป็นเด็ก ก็ต้องเรียนรู้เหมือนกัน เติบโตไปพร้อมๆ กันเรียนรู้ไปพร้อมๆ กันเถอะ แต่หงหงอย่าตีแจ็คสันบ่อยหรือแรงไปนะ เดี๋ยวรวนขึ้นมาแล้วจะแย่เอานะ หรือไม่แย่?

    ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ เป็นภาคต่อที่โคตรดีต่อใจมากเลยค่ะ

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s